w11

เราจะโดนอะไรบ้างถ้าใช้ Windows/Software ปลอม

หลายๆ คนคงทราบดีอยู่แล้วว่าการใช้ Windows/Software ที่ไม่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์หรือพูดง่ายๆว่าของปลอม ซึ่งวิธีการได้มามีตั้งแต่ Crack หรือนำ Key ที่ไม่ถูกต้องมา Activate เพื่อให้สามารถใช้งานไปได้โดยไม่ถูกระงับการใช้งาน โดยมิได้สนใจเรื่องความปลอดภัยหรือความเสี่ยงในการตรวจสอบหรือการถูกฟ้องร้องจากการใช้ Software ที่ละเมิดลิขสิทธิ์

เหตุใดองค์กรบางส่วนถึงใช้ Windows/Software ปลอม

เหตุผลหลักที่เราทราบกันดี คือ ค่าใช้จ่าย การใช้ Windows/Software ให้ถูกต้องนั้นตามมาด้วยค่าใช้จ่าย ซึ่งในองค์กรขนาดเล็ก-กลาง ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ของธุรกิจ ผู้เขียนเคยได้คุยกับบางเจ้าของธุรกิจถึงกับกล่าวว่าหากจะใช้งานให้ถูกต้องบริษัทจะต้องปิดตัวทันทีเพราะไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้รับ

ผลกระทบหากใช้ Software ปลอม

ภาพแสดงผลกระทบหากใช้งาน windows และ software ปลอมในองค์กร

ทำไม Software แท้ถึงมีราคาแพง

จริงๆแล้วต้นทุนในการพัฒนา Software ตัวใดตัวหนึ่งให้มีประสิทธิภาพ มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับนั้นมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้บุคลากรด้าน IT ชั้นนำระดับโลกร่วมวิจัยและพัฒนาแต่ความจริงแล้วราคาที่ทำการขายนั้นมิได้มีราคาที่สูงมากนักสำหรับกลุ่มประเทศยุโรป แต่เมื่อเทียบกับค่าเงินและค่าแรงในบางประเทศอาจจะทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก เช่น บาง Software มีราคา 7,000 บาทต่อเครื่องซึ่งหากขายในยุโรปก็เพียงค่าแรงขั้นต่ำ 2-3 วันเท่านั้น แต่สำหรับประเทศไทยอาจจะเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูงมากสำหรับหลายๆธุรกิจ และนี่ทำไมเราถึงมองว่า Software แท้มีราคาแพง

เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรหากไม่มีงบประมาณ

  • Free OS ปัจจุบันมี Freeware ที่เป็นระบบปฏิบัติการ (OS) คือใครๆ ก็สามารถนำมา Setup และใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ก็ต้องยอมรับมากับความไม่คุ้นเคยต่อการใช้งานของพนักงาน แต่ถ้าองค์กรของคุณใช้งานได้ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไปจำนวนมากแทนการใช้งาน Windows ลิขสิทธิ์แท้
  • ใช้งานโปรแกรมทั้งหมดเป็น Freeware จริงๆแล้วมี Freeware จำนวนมากที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โปรแกรม Thunderbird ที่อาจจะใช้ทำการเช็ค Email แทนโปรแกรม Outlook ได้เป็นต้น
  • เครื่อง Mac ปัจจุบันหากคุณซื้อเครื่อง Macbook, iMac จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ macOS มาพร้อมกับเครื่องโดยที่คุณไม่ต้องซื้อ OS มาลง และอาจจะต้องซื้อเพียง Microsoft Office 365 หรือใช้งาน Google Workspace เป็นต้นเพื่อใช้สำหรับการทำงาน ทำให้ประหยัดในส่วน OS ลงไปได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบหัวข้อสเปคขั้นต่ำในการติดตั้ง Window 11 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (Minimum specs to install Windows 11 on your computer)
w11

สเปคขั้นต่ำในการติดตั้ง Windows 11 ในเครื่องคอมพิวเตอร์

Windows 11 เป็นระบบปฏิบัติการล่าสุดจาก Microsoft ที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม หากท่านต้องการอัพเกรดจาก Windows 10 หรือเปลี่ยนจากที่ใช้งานอยู่มาใช้งาน Windows 11 นั้นท่านต้องทราบถึงข้อกำหนด และ สเปคขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการติดตั้ง Windows 11 โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

ตารางแสดงสเปคขั้นต่ำสำหรับ ติดตั้ง Window 11

หัวข้อสเปคขั้นต่ำ
Processor1 GHz หรือเร็วกว่า, 2 คอร์ขึ้นไป , โปรเซสเซอร์ 64-bit ที่เข้ากันได้หรือ (SoC)
RAM4 GB
Storage64 GB
System FirmwareUEFI ที่รองรับ Secure Boot
TPMTrusted Platform Module (TPM) เวอร์ชัน 2.0
Graphics CardDirectX 12 หรือใหม่กว่าพร้อมไดรเวอร์ WDDM 2.0
DisplayความละเอียดHD (720p) , ขนาน 9 นิ้วขึ้นไป , การตั้งค่า bit ต่อช่องสี 8 bit
ตารางแสดงสเปคขั้นต่ำสำหรับ ติดตั้ง Window 11

สิ่งที่ต้องทราบเพิ่มเติมสำหรับการติดตั้ง Windows 11

  • กรณีท่านใช้งาน Windows 10 และต้องการอัพเกรดเป็น Windows 11 ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ของท่านผ่านเกณฑ์สเปคขั้นต่ำเหล่านี้ก่อนการอัพเกรด และ Windows 10 ที่ท่านใช้งานต้องเป็น Windows ลิขสิทธิ์แท้ และตรงกับตัวที่สามารถอัพเกรดเป็น Windows 11 ได้
  • ใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า “PC Health Check” ซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบความเข้ากันได้ของคอมพิวเตอร์ของท่านว่าจะสามารถใช้งานได้กับ Windows 11 หรือไม่
  • การตั้งค่า UEFI และ Secure Boot ท่านอาจต้องเข้าไปปรับการตั้งค่าใน BIOS เพื่อเปิดใช้งาน UEFI และ Secure Boot หากยังไม่ได้เปิดใช้งาน เพื่อให้ตรงกับเงื่อนไขหัวข้อ System Firmware ตามตาราง

ข้อมูลโดยสรุป

การตรวจสอบและปรับเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ให้ตรงหรือสูงกว่าสเปคขั้นต่ำ ตามตารางแสดงสเปคขั้นต่ำสำหรับ ติดตั้ง Window 11 จะช่วยให้ท่านสามารถใช้งาน Windows 11 ได้ และใช้งานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างทีทันควรจะทำได้ โดยตรวจสอบได้อย่างง่ายดายที่สุดโดยดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม ที่ชื่อว่า “PC Health Check” ลงเครื่องคอมพิวเตอร์และตรวจสอบผ่านโปรแกรม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบหัวข้อวิธีการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ (How to install a genuine licensed Windows 11 operating system)
w11

วิธีการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้

สำหรับท่านที่กำลังต้องการที่จะติดตั้ง Windows ลิขสิทธิ์แท้ แต่ไม่รู้ว่าจะติดตั้งอย่างไร และติดตั้งแบบถูกลิขสิทธิ์แท้ได้อย่างไร บทความนี้มีแนะนำ

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำการติดตั้ง !

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการลง Windows 11 นั้นเป็นเครื่องแบบใด

เนื่องจาก Windows 11 แบบถูกลิขสิทธิ์นั้นมีหลายรูปแบบทำให้การใช้งานก็ไม่เหมือนกัน เฉพาะนั้น ท่านต้องรู้ก่อนว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ท่านต้องการลง Windows 11 นั้นเป็นแบบใด เช่น มี Windows 11 OME ติดมากับเครื่องแล้ว หรือ ร้านคอมลง Windows 11 แบบไม่ถูกต้องมาให้ ท่านจะได้เลือกซื้อ License ที่ตรงประเภทกับเครื่องของท่าน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับ Windows 11 แบบ CSP ท่านสามารถซื้อ License ประเภทนี้ และนำไปใช้งานที่เครื่องของท่านได้

Windows 11 แบบถูกลิขสิทธิ์นั้นมีหลายรูปแบบ ดังนี้

  • FPP เป็นลิขสิทธิ์แท้ที่ซื้อมาจากร้านค้าปลีก และมีรูปแบบแพ็คเกจเป็นกล่อง
  • OEM เป็นลิขสิทธิ์แท้ที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์เท่านั้น เช่น PC, Server หรือ Mobile
  • CSP เป็นลิขสิทธิ์แท้ชนิดที่ซื้อแล้วใช้ได้ถาวร แต่ไม่สามารถอัพเกรด หรือนำไปใช้บน Cloud ได้ เพราะไม่มี SA

วิธีการติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ ด้วย License ประเภท CSP

ดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากระบบ Microsoft 365 admin center

ภาพประกอบหัวข้อ “วิธีการติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ ด้วย License ประเภท CSP”

โดยเข้าไปดาวน์โหลดตัวติดตั้ง และเช็ค License ได้ดังนี้

1.Login เข้าหน้า Microsoft 365 admin center

ภาพประกอบหัวข้อ “วิธีการติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ ด้วย License ประเภท CSP”

2.เลือกหัวข้อ “การเรียกเก็บเงิน” และ “ผลิตภัณฑ์ของคุณ”

ภาพประกอบหัวข้อ “วิธีการติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ ด้วย License ประเภท CSP”

3.หัวข้อ “ผลิตภัณฑ์” จะแสดงผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ท่านได้ซื้อไว้

ภาพประกอบหัวข้อ “วิธีการติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ ด้วย License ประเภท CSP”

4.เลือกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการดาวน์โหลดตัวติดตั้ง โดยเลือกที่ “Download” และ “Show activation keys”

ภาพประกอบหัวข้อ “วิธีการติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ ด้วย License ประเภท CSP”

ติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ที่ดาวน์โหลดมาจากระบบ Microsoft 365 admin center ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ และ Activate keys Windows 11 แบบ CSP

ภาพประกอบหัวข้อ “วิธีการติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ ด้วย License ประเภท CSP”

ข้อควรระวัง !

ถ้าเครื่องของท่านไม่ได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows ที่นำตัวติดตั้งมาจากระบบ Microsoft 365 admin center เช่น ถ้าเครื่องเดิมขอท่านติดตั้งเป็น Windows 11 Pro อยู่ จะไม่สามารถนำ License Windows 11 Pro แบบ CSP ไป Activate ได้ ท่านจะต้องติดตั้ง Windows ใหม่ โดยท่านสามารถนำตัวติดตั้งที่ดาวน์โหลดจากระบบ Microsoft 365 admin center ไปติดตั้ง แล้วจึงจะนำ License Windows 11 Pro แบบ CSP ไป Activate ได้ และถ้าเดิมเครื่องของท่านเป็น Windows 11 Home OEM มากับเครื่อง ท่านสามารถทำตามวิธีก่อนหน้าที่อธิบายไปได้เลย

ส่วนถ้าเครื่องเดิมของท่านเป็นระบบปฏิบัติการ Windows ที่ต่ำกว่า Windows 10 แนะนำให้ท่านติดตั้ง Windows 11 Pro ใหม่ได้เลย เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Windows 8 ทาง Microsoft end of support ไปแล้ว

หากต้องการซื้อ License ต้องทำอย่างไร ?

ท่านสามารถติดต่อสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ที่ช่องทางดังนี้
Line ID: @technologyland
Call Center: 02-105-4104
Email: contact@technologyland.co.th
ซึ่งจะมีตารางแสดงราคา Windows แจ้งอยู่

ข้อมูลโดยสรุป

สำหรับท่านที่กำลังต้องการที่จะติดตั้ง Windows 11 แบบลิขสิทธิ์แท้ สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำการติดตั้งคือ 1.เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการลง Windows 11 นั้นเป็นเครื่องแบบใด 2.รูปแบบของ Licens ที่ท่านต้องใช้ โดยท่านสามรถทำตามวิธีการติดตั้งด้านบนได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบหัวข้อWindows 10 กับ Windows 11 ต่างกันอย่างไร ? (What is the difference between Windows 10 and Windows 11?)
w11

Windows 10 กับ Windows 11 ต่างกันอย่างไร ?

Windows 10 และ Windows 11 เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดย Microsoft ทั้งสองมีคุณลักษณะเฉพาะตัวที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ในยุคสมัยต่าง ๆ บทความนี้จะกล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง Windows 10 และ Windows 11 สำหรับผู้ใช้งาน Windows ลิขสิทธิ์แท้ ที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าโดยในบางข้อท่านอาจไม่ได้สักเกตุถึงความเปลี่ยนแปลงไปนี้เลย พร้อมตารางเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนของทั้ง 2 แบบ

Windows 10 คืออะไร และเริ่มต้นใช้งานตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

Windows 10 เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดย Microsoft ซึ่งถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์(PC) , แล็ปท็อป , แท็บเล็ต หรือแม้แต่อุปกรณ์สมาร์ทโฟนบางรุ่นที่ก็ยังใช้งานได้ Windows 10 เป็นการปรับปรุงมาจากประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งาน Windows เวอร์ชันก่อน ๆ ให้มีความลื่นไหลมากขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน

Windows 10 ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2558 หรือ ค.ศ. 2015 โดย Microsoft ได้ให้ผู้ที่ใช้งานWindows 7 และ Windows 8.1 อัปเกรดฟรีในช่วงปีแรกของการเปิดตัว ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการ ทางผู้พัฒนาอย่าง Microsoft ได้มีการออกการอัปเดตใหญ่ของ Windows 10 อยู่อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละสองครั้ง โดยการอัปเดตเหล่านี้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ปรับปรุงประสิทธิภาพ และแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่ทางผู้ใช้งานพบอยู่เสมอ

Windows 11 คืออะไร และเริ่มต้นใช้งานตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

Windows 11 เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นการพัฒนาขั้นต่อไปจาก Windows 10 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการออกแบบใหม่ให้สวยงามและใช้งานง่าย ดีไซน์และอินเทอร์เฟซใหม่ เพิ่ม Widgets แสดงข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข่าวสาร สภาพอากาศ และปฏิทิน และ การรองรับแอปพลิเคชันจากฝั่ง Android ได้ด้วยในบางแอปพลิเคชัน

Windows 11 ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2564 หรือ ค.ศ. 2021 โดย Microsoft ได้ให้ผู้ที่ใช้งาน Windows 10 อัปเกรดฟรีสำหรับผู้ใช้งานเวอร์ชั่นที่กำหนดและอุปกรณ์ที่ใช้งานตรงตามข้อกำหนดซึ่ง Windows 11 เป็นตัวที่ถูกพัฒนาขั้นต่อไปจาก Windows 10 ทำให้มีลูกเล่นและข้อแตกต่างด้านการใช้งานที่มากกว่า และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แต่สำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ Windows 10 มาเป็นเวลานานนั้นส่วนมากแล้วจะไม่ชินกับอินเทอร์เฟซใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป และในบางท่านถึงกับยอมไม่อัปเดต และยังใช้งาน Windows 10 อยู่จนถึงปัจจุบัน

ความแตกต่างระหว่าง Windows 10 และ Windows 11

หัวข้อWindows 10Windows 11
หน้าจอเริ่มต้นและอินเทอร์เฟซหน้าจอเริ่มต้นแบบหน้าจอสี่เหลี่ยม(Live Tiles)หน้าจอเริ่มต้นที่ถูกพัฒนาเป็นแบบ ไอคอน ให้ดูเรียบและใช้งานง่าย
การจัดการหน้าต่าง (Window Management)สามารถจัดหน้าต่างได้เพียง 2-3 แบบ ยกตัวอย่างการแบ่งครึ่งหน้าจอ 2 tapsจัดการหน้าต่างได้อย่างอิสระหลายรูปแบบมากขึ้น
การรองรับฮาร์ดแวร์รองรับอุปกรณ์ทั้ง เก่า และ ใหม่ มีข้อกำหนดของฮาร์ดแวร์ที่สูงขึ้น อุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้ต้องตรงตามข้อกำหนด
ประสิทธิภาพการทำงานและเล่นเกมด้านการทำงานและเล่นเกมทั่วไปอยู่ในอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ สำหรับการเล่นเกม เช่น Auto HDR ทำให้การโหลดเกมเร็วขึ้นและภาพคุณภาพช่วงที่ใช้งานสูงขึ้น
การรักษาความปลอดภัย (Security)มีฟีเจอร์ความปลอดภัยพื้นฐานความปลอดภัยที่มากขึ้นด้วย ฟีเจอร์ การป้องกันที่เพิ่มขึ้น
การรองรับแอป Android (Android App Support)ไม่มีการรองรับการรันแอปพลิเคชัน Android โดยตรงสามารถรันแอปพลิเคชัน Android ผ่าน Microsoft Store โดยใช้ Amazon Appstore
User interface , background , Icon appสามารถย้าย Icon app ได้ตามต้องการ User interface เป็นรูปแบบเหลี่ยมปรับ Icon app , background , User interface ให้โค้งมลมีความทันสมัยสวยงานและน่าใช้งานมากขึ้น
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Windows 10 และ Windows 11

ข้อมูลโดยสรุป

จากข้อมูลที่ทางเราได้หามาข้างต้นนั้นผู้อ่านจะได้ทราบถึงข้อแตกต่างเล็กน้อยของ Windows 10 และ Windows 11 ซึ่งหากอ่านมาจนถึงข้อสรุปตรงนี้แล้วก็น่าจะได้คำตอบถึงความแตกต่างนั้นแล้ว จะอาจคิดว่า แนั้นมีความน่าใช้งานมากกว่าซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นแบบนั้นเนื่องจาก Windows 11 นั้นเป็นตัวอัปเกรดมาจาก feedbackของที่ผู้ใช้งาน Windows 10 เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกด้าน แต่สำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ Windows 10 มาเป็นเวลานานนั้นส่วนมากแล้วจะไม่ชินกับอินเทอร์เฟซใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป และ ในบางท่านถึงกับยอมไม่อัปเดตหรือเลือกซื้อ Windows 10 ใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน

บทความที่เกี่ยวข้อง