ภาพประกอบหัวข้อWindows Defender บน Windows 11 (Windows Defender on Windows 11)
w11

Windows Defender บน Windows 11

สำหรับการใช้งาน Software Windows การป้องกันไวรัสและมัลแวร์เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวหรือในองค์กร การป้องกันข้อมูลจากภัยออนไลน์เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด ผู้ใช้งาน Windows หลายคนอาจสงสัยว่า Windows Defender ซึ่งเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มาพร้อมกับ Windows นั้นคืออะไรและเพียงพอหรือไม่เมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอื่นๆ บทความนี้จะพาคุณมารู้จัก Windows Defender ให้มากขึ้น

Windows Defender คืออะไร?

อย่างที่ได้มีการเกริ่นนำไปที่หัวข้อแรก Windows Defender เป็นซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์ที่พัฒนาโดย Microsoft และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Windows 10 และ Windows 11 เนื่องจาก Windows Defender ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงฟีเจอร์ขึ้นเป็นอย่างมากเพื่อให้สามารถป้องกันภัยอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Windows Defender ทำงานอยู่เบื้องหลังเสมอเพื่อป้องกันไวรัส, มัลแวร์อื่นๆ โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

เปรียบเทียบ Windows Defender กับซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส

หัวข้อWindows Defenderซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอื่นๆ
ด้านการตรวจสอบ Scanตรวจจับไวรัสและมัลแวร์ได้ดีอาจมีประสิทธิภาพสูงกว่า เนื่องจากถูกพัฒนามาเพื่อตรวจสอบไวรัสและมัลแวร์ที่ตรงจุดกว่า
ด้านการใช้งานทรัพยากรระบบใช้ทรัพยากรน้อยทำงานร่วมกับ Windows ได้อย่างราบรื่นใช้ทรัพยากรมากกว่า โดยเฉพาะในเครื่องสเปคต่ำอาจพบปัญหาบ้างเนื่องจากซอฟต์แวร์ป้องกันต้องทำงานเบื้องหลังอยู่ตลอดเวลา
ด้านต้นทุน , ราคามาพร้อมกับ License Windows ทำให้ไม่ต้องเสียค่าบริการอื่นๆเพิ่มมีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ป้องกันนั้น ๆ
ด้านการอัพเดตอัพเดตอัตโนมัติตาม Windows สนับสนุนโดย Microsoft ในบางโปรแกรมมีการอัพเดตบ่อยและการสนับสนุนที่ดี ขึ่นอยู่กับทางผู้พัฒนา
ด้านการใช้งานการตั้งค่าต่าง ๆ ใช้งานง่าย การตั้งค่าไม่ซับซ้อนอาจมีอินเทอร์เฟซและการตั้งค่าที่ซับซ้อนกว่า
ตาราง เปรียบเทียบ Windows Defender กับซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอื่น

ข้อดีของ Windows Defender บน Windows 11

  • ฟรีและมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows
  • การใช้งานที่ง่ายและสนับสนุนโดย Microsoft เอง
  • อัพเดตอัตโนมัติผ่าน Windows Update
  • สามารถตรวจจับและกำจัดไวรัสและมัลแวร์ได้แบบเรียลไทม์
  • ใช้ทรัพยากรระบบในการทำงานน้อย ไม่หนักเครื่อง

ข้อมูลโดยสรุป

Windows Defender เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความสะดวกในการใช้งาน การป้องกันพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์สำนักงาน และไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติมหรือความปลอดภัยในระดับที่สูงขึ้น ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่มีฟีเจอร์ครบครันจากผู้พัฒนาภายนอกอาจเป็นตัวเลือกเสริมที่ตอบโจทย์การป้องกันเพิ่มเติมส่วนนั้นได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อปัญหาที่พบเจอ และวิธีแก้ไขปัญหาของ Windows 11 (Problems encountered and how to fix Windows 11 problems)
w11

ปัญหาที่พบเจอ และวิธีแก้ไขปัญหาของ Windows 11

เนื่องจาก Windows 11 เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ทาง Microsoft ให้บริการ จึงอาจทำให้ผู้ใช้งานนั้นเจอปัญหา หรือ บัคบ้าง บทความนี้จะมาบอกปัญหาที่ หรือ บัคที่อาจพบ และวิธีแก้ไขปัญหากัน

ปัญหาที่ หรือ บัคที่อาจพบ และวิธีแก้ไขปัญหา

ไม่สามารถ Update เป็น Windows 11 ได้

สาเหตุที่ไม่สามารถ Update เป็น Windows 11 ได้นั้นมีเหตุผลหลายประการ แต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดอาจเป็นเพราะฮาร์ดแวร์ที่ใช้งานอยู่ไม่รองรับ Windows 11 นั้นเอง (การอัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11)

วิธีการแก้ไขปัญหา คือ ให้ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Laptop นั้นรองรับ Window 11 และ Windows ที่ใช้งานอยู่ ต้องเป็น Windows ลิขสิทธิ์แท้

Windows 11 ทำงานช้ามาก และมีอาการค้าง

เนื่องจาก Windows 11 เป็นระบบปฏิบัติการที่ใหม่ แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำงานได้มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับพีซีตัวใหม่เอี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเพิ่งอัปเกรดจาก Windows 10 ถ้า Windows 11 ทำงานได้ช้ามาก หรือ ถึงขั้นทำเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Laptop ค้าง ให้ลองทำตามนี้

  • ให้ลอง Update Drive จะได้มั่นใจได้ว่าประกอบหลัก ๆ อย่างเช่นการ์ดจอนั้นทำงานด้วยไดรเวอร์รุ่นล่าสุด ไม่ใช่ไดรเวอร์ที่ยังเป็นของ Windows 10
  • เปิดเมนูการตั้งค่า Windows 11 แล้วเลือก Windows Update, Advanced Options และเลือกตัวเลือก Optional Updates ในหน้านั้น นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการ Update Drive ที่มีปัญหาให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

Snipping Tool ไม่ทำงาน

Windows 10 มีแอปพลิเคชันแคปภาพหน้าจอที่ค่อนข้างดี ซึ่งส่งต่อมายัง Windows 11 ด้วย สามารถจับภาพหน้าจอด้วยตนเองโดยใช้ marquee tool และบันทึกลงในโฟลเดอร์เฉพาะ แต่โชคร้ายที่ Application นี้ใช้งานไม่ได้บน Windows 11 และรวมถึงเครื่องมืออื่น ๆ มากมาย เนื่องจากใบรับรองหมดอายุ และการพยายามใช้เครื่องมือจะส่งผลให้มีข้อความ error โผล่ขึ้นมา ซึ่งหากต้องการใช้งานวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ การรอ Update Patch อย่างเป็นทางการ

ช่องค้นหาของ Windows 11 หาไฟล์ไม่เจอ

ช่องค้นหาใหม่ของ Windows 11 สามารถใช้งานได้โดยการคลิกที่แว่นขยาย หรือ ปุ่ม Windows + S แลใช้ค้นหาได้เกือบทุกอย่างในคอมพิวเตอร์ของท่าน ตั้งแต่ Application, File และรูปภาพ แต่ถ้าหากพบว่ามันหาไฟล์ไม่เจอทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีอยู่ในคอมพิวเตอร์ ท่านสามารถบังคับให้ Windows 11 สแกนทั้ง PC หรือ Laptop ซ้ำได้ ซึ่งก็น่าจะแก้ปัญหาได้

ข้อมูลโดยสรุป

เนื่องจาก Windows 11 เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ทาง Microsoft ให้บริการ จึงอาจทำให้ผู้ใช้งานนั้นเจอปัญหา หรือ บัคบ้าง ซึ่งปัญหาด้านบนทางเราได้มีวิธีแก้ไขปัญหามาให้แล้วเบื้องต้น ท่านสามารถลองทำตามดูได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อการอัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11 (Updating from Windows 10 to Windows 11)
w11

การอัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11

การอัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11 สามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก หากใช้งาน Windows License แท้ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดบางอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ของท่านจะสามารถรองรับ Windows 11 ได้อย่างราบรื่น

วิธีการอัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11

  • ตรวจสอบเงื่อนไขและสเปคของ Windows 11 เนื่องจาก Windows 11 เป็นขั้นอัพเดทขึ้นมาจึงมีความต้องการสเปคของระบบที่สูงกว่า Windows 10 ตัวอย่างเช่น CPU , ฮาร์ดแวร์ , ซอฟต์แวร์ โดยตรวจสอบความต้องการของระบบบนเว็บไซต์ของ Microsoft หรือใช้เครื่องมือ “PC Health Check” ของ Microsoft เพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของคุณสามารถอัพเดทได้หรือไม่
  • ก่อนทำการอัพเดทใด ๆ ควรสำรองข้อมูลสำคัญไว้ในที่เก็บข้อมูลภายนอกหรือบน Cloud เพื่อป้องการการเกิดข้อผิดพลาด
  • เข้าไปตรวจสอบที่ Settings > Update & Security > Windows Update และทำการตรวจสอบการอัพเดททั้งหมดให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด
  • หากใช้งาน Windows ลิขสิทธิ์แท้ อยู่แล้วช่วงที่ปิดเครื่องระบบอาจให้ทำการ อัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11 ได้เลย
  • ดำเนินการตามขั้นตอนง่ายๆ ที่ระบบแนะนำเพื่ออัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11

ข้อแตกต่างที่ถูกพัฒนาจาก Windows 10 เป็น Windows 11

คุณสมบัติWindows 11
ด้าน UI และดีไซน์Start Menu ถูกย้ายไปอยู่ตรงกลาง มีดีไซน์ใหม่
มีฟีเจอร์ ใหม่มีฟีเจอร์ Snap Layouts เพื่อจัดการหน้าต่างแบบง่ายขึ้น
Widgetsมี Widgets Panel เพื่อแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น สภาพอากาศ, ข่าวสาร
การรองรับแอปพลิเคชันเพิ่มเติมการรองรับแอปพลิเคชัน ต่างๆที่Windows 10ไม่รองรับ เช่นจากMicrosoft Store และแอปจากAndroid ผ่าน Amazon Appstor
Performanceมีการปรับปรุงเรื่องการจัดการพลังงานและประสิทธิภาพที่ดีกว่า
การอัพเดทอัพเดทใหญ่ประจำปี และอัพเดทแก้ไขปัญหาที่ผู้ใช้งานพบหรือแจ้งอย่างสม่ำเสทอ
ตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างที่ถูกพัฒนาจาก Windows 10 เป็น Windows 11

ข้อมูลโดยสรุป

การอัพเดทจาก Windows 10 เป็น Windows 11 ไม่ใช้เรื่องที่ยากสำหรับผู้ใช้ที่ใช้งาน Windows ลิขสิทธิ์แท้ ซึ่งจะได้รับการอัพเดทระบบปฏิบัติการที่มีความทันสมัยและปลอดภัยกว่าอยู่เสมอ แต่ผู้ใช้ควรตรวจสอบความต้องการของระบบและการรองรับฮาร์ดแวร์เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของตนสามารถใช้งาน Windows 11 ได้อย่างไม่มีปัญหา

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อถ้าสเปคเครื่องคอมไม่ถึงขั้นต่ำสามารถใช้งาน Windows 11 ได้ไหม ? (If the computer specs are not up to the minimum, can it run Windows 11?)
w11

ถ้าสเปคเครื่องคอมไม่ถึงขั้นต่ำสามารถใช้งาน Windows 11 ได้ไหม ?

การใช้งาน Windows ลิขสิทธิ์แท้ก็จะมีความต้องการของอุปกรณ์ที่รองรับอยู่ ซึ่งหากคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่นั้นสเปคไม่ถึง จะสามารถใช้งานได้หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

สเปคขั้นต่ำของ Windows 11

หัวข้อสเปคขั้นต่ำ
Processor1 GHz หรือเร็วกว่า, 2 คอร์ขึ้นไป , โปรเซสเซอร์ 64-bit ที่เข้ากันได้หรือ (SoC)
RAM4 GB
Storage64 GB
System FirmwareUEFI ที่รองรับ Secure Boot
TPMTrusted Platform Module (TPM) เวอร์ชัน 2.0
Graphics CardDirectX 12 หรือใหม่กว่าพร้อมไดรเวอร์ WDDM 2.0
DisplayความละเอียดHD (720p) , ขนาน 9 นิ้วขึ้นไป , การตั้งค่า bit ต่อช่องสี 8 bit
ตารางแสดงสเปคขั้นต่ำสำหรับ ติดตั้ง Window 11

ถ้าสเปคเครื่องคอมไม่ถึงขั้นต่ำสามารถใช้งาน Windows 11 ได้ไหม ?

สามารถใช้งานได้ แต่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าต่อให้ Windows ที่ท่านใช้งานนั้นเป็นลิขสิทธิ์แท้ก็ตาม (ทำไมใช้ Windows แท้แล้วเครื่องยังโหลดช้า) เพราะว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ท่านใช้งานนั้นสเปคไม่ถึง ทำให้เครื่องคอมทำงานหนัก

แก้ไขปัญหาได้อย่างไร ?

ท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้ดังนี้

อัพสเปคคอมของท่านให้ถึงขั้นต่ำของ Windows 11 หรือ เหมาะสมกับการใช้งาน Windows 11

การอัพสเปคคอมของท่านให้ถึงขั้นต่ำของ Windows หรือ เหมาะสมกับการใช้งาน Windows เป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมที่สุด เพราะในอนาคตท่านก็ต้องทำการอัพสเปคคอมของท่านให้ใหม่อยู่ตลอดอยู่ดี

ใช้งาน Windows 10 ไปก่อน

การอัพสเปคคอมนั้น ย่อมมากับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้บางท่านยังไม่สะดวกที่จะทำการอัพ ทางเราจึงแนะนำให้ท่านใช้งาน Windows 10 ไปก่อน เพราะว่า Windows 10 ก็ยังสามารถใช้งานได้ และ ณ ตอนนี้ Windows 10 ยังค่อนข้างเสถียรกว่า

ถ้าซื้อ Key ของ Windows 11 มาแล้ว สามารถนำมาใช้งานกับ Windows 10 ได้หรือไม่ ?

หากท่านได้ทำการซื้อ Windows GGWA – Windows 11 Pro จากทางเทคโนโลยีแลนด์ที่เป็น Partner กับ Microsoft ที่จำหน่าย Windows ลิขสิทธิ์แท้ราคาถูกนั้น ท่านสามารถนำ Key ไปใช้งานกับ Windows 10 ได้ แต่ Windows 10 ของท่านนั้นต้องติดตั้งจากตัวติดตั้งที่ดาวโหลดมาจาก Microsoft 365 admin center

ข้อมูลโดยสรุป

ถ้าสเปคเครื่องคอมไม่ถึงขั้นต่ำสามารถใช้งาน Windows 11 ได้ แต่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้า เพราะเครื่องคอมจะทำงานหนัก โดยสามารถแก้ไขปัญหาได้โดย อัพสเปคคอมของท่านให้ถึงขั้นต่ำของ Windows 11 หรือ เหมาะสมกับการใช้งาน Windows 11 หรือ ใช้งาน Windows 10 ไปก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อทำไมใช้ Windows แท้ถึงปลอดภัยมากกว่า (Why is using genuine Windows more secure?)
w11

ทำไมใช้ Windows แท้ถึงปลอดภัยมากกว่า

การเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องพิจารณาเป็นอย่างแรกๆ เพราะนอกจากประสิทธิภาพในการใช้งานแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าทำไมการใช้ Windows ลิขสิทธิ์แท้ถึงปลอดภัยมากกว่า และจะพูดถึงความอันตรายของการใช้ Windows เถื่อน ด้วย

ความปลอดภัยของ Windows แท้

Windows แท้คือระบบปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Microsoft เองมาพร้อมกับการอัปเดตความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ การใช้ Windows แท้ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับการป้องกันจากช่องโหว่ต่างๆ ที่อาจพบได้หลังการใช้งานไปซักระยะรวมถึงการโจมตีจากมัลแวร์และไวรัสที่ผู้ไม้หวังดีพัฒนาขึ้นเพื่อโจมตีทางช่องโหว่นั้นๆ โดยทางผู้พัฒนาจะมีการปล่อยการอัปเดตอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอยู่อย่างสม่ำเสอม

ความอันตรายของ Windows เถื่อน

การใช้ Windows เถื่อนมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกโจมตีจากมัลแวร์และไวรัส เนื่องจาก Windows เถื่อนนั้นไม่ได้รับการอัปเดตจากผู้พัฒนาอย่าง Microsoft ซึ่งทำให้ระบบปฏิบัติการมีช่องโหว่ที่สามารถถูกโจมตีได้ง่าย นอกจากนี้ Windows เถื่อนยังอาจมีการฝังมัลแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์มาด้วยซึ่งWindows เถื่อนอาจถูก Copy และพัฒนาจาก Hacker และนำมาปล่อยให้โหลดใช้งานตามแหล่งเว็บไซต์ต่างๆ

การใช้ Windows เถื่อนยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องหรือถูกปรับจากผู้พัฒนาโปรแกรม ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สินและชื่อเสียงขององค์กร

จะซื้อ Windows แท้ได้ที่ใด

หากคุณต้องการใช้งาน Windows แท้ คุณสามารถซื้อได้จากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น บริษัทตัวแทนจำหน่ายของ Microsoft หรือซื้อจากทาง Microsoft โดยตรงที่จัดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ของMicrosoft เองซึ่งเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้และมั่นใจได้ในความปลอดภัย ซึ่งจะมีตารางแสดงราคา Windows แจ้งอยู่

ข้อมูลโดยสรุป

การใช้ Windows แท้มีความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยของข้อมูลของท่าน นอกจากการได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยจาก Microsoft อย่างต่อเนื่องแล้ว ท่านยังจะได้รับการสนับสนุนด้านฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยมากมายที่ทาง Microsoft ได้มีการอัปเดตให้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในทางกลับกัน การใช้ Windows เถื่อนเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรละเลย เพราะไม่เพียงแต่จะเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากมัลแวร์และไวรัสเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำผิดกฏหมายด้านลิขสิทธิ์ Software อีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความข้อดี และ ข้อเสียของ Windows 11 (Advantages and disadvantages of Windows 11)
w11

ข้อดี และ ข้อเสียของ Windows 11

หลายคนที่ใช้งาน Windows 10 อยู่ คงกำลังลังเลว่าจะ Update เป็น Windows 11 ดีไหม บทความนี้มาดูข้อดี และข้อเสียกัน

ข้อดี

  • ระบบมีการ Update และแก้ไขอยู่เสมอ
  • มีการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม
  • มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ทันสมัย รองรับกับอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์
  • ระบบปฏิบัติการ version ใหม่ล่าสุดของ Microsoft
  • มีการ Support ยาวนานที่สุด หากจะเริ่มต้นธุระกิจใหม่ ที่ต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการควรเลือก Windows 11 เพราะเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด นั้นหมายความว่าจะมีระยะเวลาในการ Support ด้านความปลอดภัย แก้ไขระบบต่าง ๆ ได้ยาวนานกว่าระบบปฏิบัติการรุ่นเก่า ที่จะเริ่มสิ้นสุดการ Support หรือแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ของระบบ

ข้อเสีย

  • ยังพบปัญหา หรือ บัคที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในการ Update แต่ละครั้งอาจจะมีบัคหรือข้อผิดพลาดอยู่
  • ไม่รองรับฟีเจอร์เก่า ๆ โปรแกรมเก่า ๆ ทำให้หลายคนพบปัญหาไม่สามารถเปิดโปรแกรม หรือ แอปบางแอปได้
  • ต้องการสเปคที่มีความสามารถสูง ไม่เหมาะกับคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคต่ำ และอาจจะไม่รองรับในการติดตั้งหากไม่มีสเปคตามที่ Windows 11 ระบุ (Spec ขั้นต่ำของเครื่องสำหรับติดตั้ง Windows 11)
  • การทำงานอาจช้ากว่า Windows 10 ในบางกรณีหากสเปคของเครื่องที่ติดตั้งต่ำ

ควร Update เป็น Windows 11 ไหม ?

เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้มากที่สุด ว่าควรเปลี่ยนมาใช้งาน Windows 11 หรือไม่ ? จริง ๆ เราควร Update Windows เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด เพื่อใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ และรองรับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่า แต่เราควรตรวจสอบการใช้งานของตัวเองเป็นหลัก ว่าเราใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไร เช่น เล่นเกม ต้องตรวจสอบว่าเกมที่เราเล่นรองรับระบบปฏิบัติการ Windows 11 ดีแค่ไหน หรือ การทำงาน ต้องตรวจสอบว่าในองค์กรของเรา รองรับระบบปฏิบัติการใหม่ ๆ หรือไม่เพราะหากเป็นรูปแบบองค์กรหรือบริษัท มักจะมีการผลัดเปลี่ยนระบบของบริษัทช้ากว่าบุคคลทั่วไป การเปลี่ยนมาใช้ Windows 11 มีผลต่อโปรแกรม หรือ การเชื่อมต่อเข้ากับการใช้งานเราหรือไม่

หากไม่ได้มีความกังวลเรื่องดังกล่าว แนะนำว่าควรเปลี่ยนมาใช้ Windows 11 อย่างน้อยเพื่อทำความคุ้นเคยในการใช้งาน และทดสอบการใช้งานด้วยตัวเองว่าเราใช้แล้วเป็นอย่างไร เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการตัดสินใจว่าเราจะใช้งาน Windows 10 หรือ Windows 11

แต่การจะ Update ได้นั้น Windows ที่ติดตั้งอยู่ต้องเป็น Windows ลิขสิทธิ์แท้เท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อหากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานพัง จะสามารถย้าย Windows ไปเครื่องใหม่ได้หรือไม่ ? (If the computer I am using breaks, can I move Windows to a new computer?)
w11

หากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานพัง จะสามารถย้าย Windows ไปเครื่องใหม่ได้หรือไม่ ?

การที่ท่านได้ซื้อ Windows ลิขสิทธิ์แท้มานั้น ก็จะพบได้ว่ามีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งหากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานพัง จะสามารถย้าย Windows ไปเครื่องใหม่ได้ไหม บทความนี้มีคำตอบ

สามารถย้าย Windows ไปเครื่องใหม่ได้หรือไม่ ?

คำตอบคือ ไม่สามารถทำได้ เพราะ License ได้ผูกอยู่กับ Mainbord ที่เครื่องเก่าแล้ว ไม่ว่าจะเป็น OEM หรือ CSP (ประเภทของ Windows) ต่อให้ท่านทำการถอน License จากเครื่องเก่าแล้ว ตอนนำ License ไปใช้งานที่เครื่องใหม่ ก็จะแจ้งว่า License ดังกล่าวได้ถูกใช้งานไปแล้วอยู่ดี

หากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานพัง สามารถลง Windows และใช้งานที่เครื่องเดิมได้ไหม

คำตอบคือ จะขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเสียของคอมพิวเตอร์ เช่น เสียจาก Hardwar อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Mainbord หรือ จากตัว Windows เอง ท่านสามารถทำการติดตั้ง Windows ใหม่ที่เครื่องเดิม และใช้ License เดิมได้เลย แต่หากเสียจาก Mainbord และต้องทำการเปลี่ยน Mainbord ใหม่ ท่านจะไม่สามารถใช้ License เดิมได้ เพราะ License เดิมได้ผูกอยู่กับ Mainbord อันเก่าไว้แล้ว

ข้อมูลโดยสรุป

หากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานพัง ท่านไม่สามารถย้ายไปใช้เครื่องใหม่ได้ หรือ หากท่านต้องการใช้เครื่องเดิมก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่มีการเปลี่ยน Mainbord เพราะ License ได้ผูกอยู่กับ Mainbord

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความมัลแวร์คืออะไรและมีวิธีป้องกันและรับมือสำหรับผู้ใช้ Windows (What is malware and how do you prevent it for Windows users?)
w11

มัลแวร์คืออะไรและมีวิธีป้องกันและรับมือสำหรับผู้ใช้ Windows

ในยุคดิจิทัลยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยท่านผู้ใช้งานอาจไม่ทราบว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็เป็นช่องทางที่ผู้ไม่หวังดีสามารถโจมตีและก่อความเสียหายต่อท่านได้ ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ผู้ไม่หวังนี้ใช้นั้นก็คือมัลแวร์ (Malware) โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงประเภทของมัลแวร์และภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ และวิธีป้องกันและรับมือสำหรับผู้ใช้ Windows

มัลแวร์ (Malware) คืออะไร?

เป็นซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเข้าถึง หรือ ทำลายข้อมูลหรือใช้ในการเปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งท่านอาจสงสัยว่าในเมื่อท่านไม่เคยติดตั้งมัลแวร์ที่ดูเป็นอันตรายพวกนี้ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านแน่ ๆ แล้วมัลแวร์ พวกนี้เข้ามาได้อย่างไรในเมื่อมีเพียงท่านที่ใช้งานอุปกรณ์นี้ โดยมัลแวร์สามารถเข้ามาในระบบของผู้ใช้ได้ผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น

  • ดาวน์โหลดไฟล์แนบจากอีเมลที่เป็นมัลแวร์ฝังอยู่
  • การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรือไฟล์จากแหล่งที่ไม่เชื่อถือ (การติดตั้งโปรแกรมเถื่อน)
  • การเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย และการคลิกลิงค์
  • ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ไม่ปลอดภัย (อุปกรณ์อาจถูกฝังมัลแวร์ไว้)

วิธีป้องกันและรับมือมัลแวร์ (Malware)

วิธีการคำอธิบายเพิ่มเติม
ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์เลือกใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสมัลแวร์ที่มีความน่าเชื่อถือและทำการสแกนเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าระบบของคุณปลอดภัยจากผู้ไม่หวังดีอยู่เสมอ
อัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เป็นตัวล่าสุดอัปเดต Windows และซอฟต์แวร์อื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยปิดช่องโหว่ที่ผู้ไม่หวังดีอาจใช้ในการโจมตีและเป็นการใช้งานฟังก์ชันที่ผู้ให้บริการพัฒนาใหม่อยู่ตลอด
ไม่ดาวน์โหลดจากแหล่งที่ไม่เชื่อถือไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมเถื่อน หรือไฟล์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่มีการรับรองความปลอดภัยจากผู้ให้บริการนั้น ๆ
ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรงและการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication)การตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อนและการยืนยันตัวตนแบบสองชั้นจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีต่างๆ เช่นอีเมลที่มีข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญ
หลีกเลี่ยงการคลิกลิงค์หรือโหลดไฟล์แนบที่ไม่น่าเชื่อถือตรวจสอบที่มาของอีเมลทุกครั้งว่าส่งจากผู้ส่งที่ถูกต้องและก่อนลิงค์คลิกทุกชนิดจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี
สำรองข้อมูล(Black up)การสำรองข้อมูลเป็นประจำจะช่วยป้องกันการสูญเสียข้อมูลในกรณีที่เครื่องของคุณถูกโจมตีหรือข้อมูลถูกผู้ไม่หวังดีเข้ารหัส
ตารางวิธีป้องกันและรับมือมัลแวร์ (Malware)

ข้อมูลโดยสรุป

มัลแวร์เป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ใช้ Windows ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงในการใช้งานส่วนนี้อยู่เสมอ และควรรู้วิธีป้องกันตนเองจากสิ่งเหล่านี้เนื่องจากไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปหากเผลอคลิกลิงค์จากผุ้ไม่หวังดีเพียง 1 ครั้งอาจทำให้ท่านสูญเสียข้อมูลที่มีค่าไปได้ การเลือกติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสมัลแวร์ และการเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ลิขสิทธิ์แท้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในกรณีนี้ได้อย่างมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความทำไมใช้ Windows แท้แล้วเครื่องยังโหลดช้า (Why does using Windows still load slowly?)
w11

ทำไมใช้ Windows แท้แล้วเครื่องยังโหลดช้า

เมื่อท่านซื้อระบบปฏิบัติการ Windows ลิขสิทธิ์แท้ มาใช้งานนั้นย่อมต้องมีความคาดหวังได้รับประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่บางครั้งคุณอาจพบว่าปฏิบัติการยังโหลด หรือ ทำงานช้ากว่าปกติอยู่ แม้ว่าจะใช้ Windows แท้แล้วก็ตาม ในบทความนี้จะพาท่านไปสำรวจตรวจสอบหาสาเหตุที่อาจทำให้เครื่องและระบบปฏิบัติการของท่านช้าลง และวิธีการแก้ไขเบื้องต้นที่สามารถทำได้ เพื่อให้เครื่องของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สาเหตุที่จะทำให้เครื่องและWindows ของท่านช้า

  • ทรัพยากรฮาร์ดแวร์เวอร์ชันเก่า
    – สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีฮาร์ดแวร์ไม่ตรงตามเงื่อนไขขั้นต่ำของ Windows อาจทำให้ระบบปฏิบัติการทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพได้
  • การติดตั้งโปรแกรมที่ไม่จำเป็น
    – หากในคอมพิวเตอร์เครื่องที่ลง Windows แท้ไว้มีโปรแกรมหรือข้อมูลจำนวนมากมีส่วนทำการการทำงานของระบบปฏิบัติการช้ากว่าปกติได้
  • การใช้งานโปรแกรมหรือบริการที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมากเกินไป
    – การที่มีโปรแกรมทำงานอยู่เบื้องหลังโดยหลายโปรแกรมนั้นอาจไม่ได้เปิดเป็น Pop up ท่านจึงอาจไม่ทราบว่ามีโปรแกรมนั้นๆทำงานอยู่ด้วยซึ่งหากมีโปรแกรมประเภทนี้มากก็ส่งผลทำให้ระบบปฏิบัติการทำงานอยู่ตลอดเวลาและทำให้การทำงานส่วนอื่นล่าช้าได้
  • ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์
    – หากมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหาก็จะส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการ Windows ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • มัลแวร์และไวรัส
    -เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นอาจติด มัลแวร์และไวรัส ไว้ซึ่งอาจส่งผลทำให้มีโปรแกรมเบื้องหลังทำงานอยู่ทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows พบปัญหาการทำงานล่าช้าได้

ตารางสรปุสาเหตุและวิธีการแก้ไข (เบื้องต้น)

สาเหตุวิธีการแก้ไข
ทรัพยากรฮาร์ดแวร์เวอร์ชันเก่า เปลี่ยนหรือ อัพเกรด RAM, SSD
การติดตั้งโปรแกรมที่ไม่จำเป็นลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้
การใช้งานโปรแกรมหรือบริการที่ทำงานอยู่เบื้องหลังปิดการใช้งานโปรแกรมที่ไม่จำเป็น
ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ตรวจสอบปัญหาจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น CPU , RAM, SSD
มัลแวร์และไวรัสติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส, สแกนและลบมัลแวร์
ตารางสรปุสาเหตุและวิธีการแก้ไข (เบื้องต้น)

ข้อมูลโดยสรุป

ในบทความข้างต้นทางเราได้สำรวจสาเหตุที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows แท้ อาจทำงานช้ามาให้ตรวจสอบเบื้องต้นได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ จะพบว่าจะอยู่ที่ ฮาร์ดแวร์เป็นส่วนใหญ่ ที่อาจจะไม่เพียงพอต่อเงื่อนไขขั้นต่ำของระบบปฏิบัติการWindows ตัวนั้นๆ และแนะนำวิธีตรวจสอบแก้ไขเบื้องต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อMicrosoft 365 Admin Center คืออะไร ? (What is Microsoft 365 Admin Center?)
w11

Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

Microsoft 365 Admin Center คือ หน้าจัดการข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างอีเมล, การสร้าง Group, การดู Packet ที่ซื้อไว้ รวมทั้งการดูวันที่ต้องต่ออายุของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่ง Microsoft 365 Admin Center สามารถเข้าใช้งาน และ มีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

การเข้าใช้งาน Microsoft 365 Admin Center

สามารถเข้าใช้งาน Microsoft 365 Admin Center ได้โดย คลิ๊กที่นี่ และลงชื่อเข้าใช้ด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่มี

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

Microsoft 365 Admin Center สามารถทำอะไรได้บ้าง ?

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

Microsoft 365 Admin Center ประกอบไปด้วยหัวข้อหลัก ดังนี้

  • หน้าแรก – เป็นหน้าที่แสดงภาพรวมทั้งหมดของ Microsoft 365 ที่ท่านใช้บริการ
  • ผู้ใช้ – เป็นหัวข้อที่ใช้จัดการข้อมูลต่าง ๆ ของอีเมล
  • Teams และกลุ่ม – เป็นหัวข้อที่ใช้สำหรับจัดการ Group Mail
  • บทบาท – เป็นหัวที่ใช้กำหนดสิทธิ์ของอีเมลที่อยู่ภายในโดเมน
  • ทรัพยากร – เป็นหัวข้อสำหรับการจัดการต่าง ๆ เช่น การจองห้องประชุม, การจองรถของบริษัท หรือ การแชร์ลิงค์ เป็นต้น
  • การเรียกเก็บเงิน – เป็นหัวข้อสำหรับการตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูผลิตภัณฑ์ที่ซื้อไว้ หรือ ดูการต่ออายุ เป็นต้น
  • การสนับสนุน – เป็นหัวข้อสำหรับการติดต่อ Support หรือ ตามเคสที่เคยแจ้งขอความช่วยเหลือ
  • การตั้งค่า – เป็นหัวข้อสำหรับการตั้งค่าภาพรวมต่าง ๆ เช่น โดเมน, การกำหนดสิทธิ์ และอื่น ๆ
  • รายงาน – เป็นหัวข้อสำหรับดูข้อมูลการใช้งานต่างภายในโดเมน
  • สถานภาพ – เป็นหัวข้อการอัพเดทของ Microsoft 365 รวมถึงสามารถดูข้อติชมต่าง ๆ

ผู้ใช้

หัวข้อผู้ใช้มีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่

คือหัวข้อที่ใช้สำหรับดูอีเมลที่มีการสร้างไว้แล้ว หรือ ทำการสร้างอีเมลใหม่ ซึ่งสามารถจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้ที่หน้านี้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

รายชื่อผู้ติดต่อ

คือหัวข้อที่ใช้สำหรับการเพิ่มอีเมล หรือ ข้อมูลที่ท่านต้องการติดต่อเป็นประจำ เพื่อให้ง่ายแก่การหาข้อมูล

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ผู้ใช้ที่เป็นผู้เยี่ยมชม

คือหัวข้อสำหรับเพิ่มอีเมลภายนอกโดเมน ให้สามารถเข้าใช้งานในส่วนของการประชุม หรือ ไฟล์งานที่ต้องการแชร์

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ผู้ใช้ที่ถูกลบ

คือหัวข้อสำหรับดูที่อีเมลที่ถูกลบไปแล้ว ว่าลบไปเมื่อใด และยังสามารถกู้อีเมลกลับมาได้จากหน้านี้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

Teams และกลุ่ม

หัวข้อ Teams และกลุ่มมีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ทีมและกลุ่มที่ใช้งานอยู่

คือหัวข้อที่ใช้สำหรับการจัดการทีมและกลุ่ม เช่นการสร้าง หรือ จัดการสมาชิกในกลุ่ม และยังสามารถดูทีมและกลุ่มที่สร้างไว้แล้วได้ที่หน้านี้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

นโยบาย

คือหัวข้อที่ใช้กำหนดสิทธิ์ และกฎต่าง ๆ ที่ใช้งานในทีมและกลุ่ม

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

กลุ่มที่ลบ

คือหัวข้อสำหรับดูทีมและกลุ่มที่ถูกลบไปแล้ว ว่าลบไปเมื่อใด และยังสามารถกู้กลุ่มกลับมาได้จากหน้านี้ (แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน หลังจากวันที่ลบ)

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

กล่องจดหมายที่แชร์

คือหัวข้อสำหรับการแชร์กล่องจดหมายที่ต้องการให้กับคนอื่นสามารถใช้งานอีเมลของท่านได้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

บทบาท

หัวข้อบทบาทมีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

การมอบหมายบทบาท

คือหัวข้อที่ใช้การกำหนดบทบาทของอีเมลต่าง ๆ

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ทรัพยากร

หัวข้อทรัพยากรมีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ห้องและอุปกรณ์

คือหัวข้อที่ใช้สำหรับการเพิ่มห้องหรืออุปกรณ์ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถจ้องเพื่อใช้งานได้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ไซต์

คือหัวข้อที่แสดงเว็บไซต์ที่มีภายในโดเมน และสามารถจำกัดการแชร์ได้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การเรียกเก็บเงิน

หัวข้อการเรียกเก็บเงินมีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ซื้อบริการ

คือหัวข้อที่ใช้ค้นหาผลิตภัณฑ์ และบริการที่พร้อมวางจำหน่ายโดยตรงจาก Microsoft ราคามาตรฐาน

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ผลิตภัณฑ์ของคุณ

คือหัวข้อที่แสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้ซื้อไว้ พร้อมแสดงวันที่ต้องต่ออายุ

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

สิทธิการใช้งาน

คือหัวข้อที่แสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้ซื้อไว้ มีการให้สิทธิ์ใช้งานไว้กับอีเมลใดบาง

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ใบเรียกเก็บเงินและการชำระเงิน

คือหัวข้อที่แสดงใบแจ้งหนี้ที่ต้องชำระ และวิธีการชำระเงิน

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

บัญชีการเรียกเก็บเงิน

คือหัวข้อที่แสดงบัญชีที่ใช้สำหรับชำระ และแสดงสถานะของบัญชีว่ามีการใช้งานอยู่หรือไม่

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

วิธีการชำระเงิน

คือหัวข้อที่ท่านสามารถเพิ่มช่องทางการชำระได้ เช่น บัตรเครดิต เป็นต้น

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การแจ้งเตือนการเรียกเก็บเงิน

คือหัวข้อที่ท่านสามารถตั้งค่าอีเมลที่ต้องการได้รับอีเมลแจ้งเตือนการต่ออายุ

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การสนับสนุน

หัวข้อการสนับสนุนมีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ความช่วยเหลือและการสนับสนุน

คือหัวข้อที่ท่านสามารถสอบถามสิ่งที่สงสัย หรือ ต้องการความช่วยเหลือ

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ดูคำขอรับการสนับสนุน

คือหัวข้อที่สามารถดูประวัติการขอความช่วยเหลือ

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การตั้งค่า

หัวข้อการตั้งค่ามีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

โดเมน

คือหัวข้อสำหรับจัดการโดเมนที่ต้องการใช้งาน

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การค้นหาและระบบอัจฉริยะ

คือหัวข้อที่ท่านสามารถใช้งานฟังก์ชั่นการค้นหาและระบบอัจฉริยะได้ โดยสามารถออกแบบให้เข้ากับองค์กรได้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การตั้งค่าขององค์กร

คือหัวข้อที่ท่านสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นใดได้บ้าง หรือ แก้ไขโปรไฟล์องค์กร

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การสำรองข้อมูล ‎Microsoft 365‎

คือหัวข้อที่จะแสดงให้เห็นว่า Microsoft 365‎ ได้สำรองข้อมูลใด ๆ ไว้บาง แต่การใช้งานได้นั้น ท่ายต้องเปิดการตั้งค่าการสำรองข้อมูล ‎Microsoft 365 ก่อน

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

แอปเบ็ดเสร็จ

คือหัวข้อที่ให้ท่านได้เลือกดู หรือ ซื้อแอพพลิเคชั่นเสริมได้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

Viva

คือแพลตฟอร์มประสบการณ์ใช้งานด้านพนักงานที่รวบรวมการติดต่อสื่อสาร ความรู้ การเรียนรู้ ทรัพยากร และข้อมูลเชิงลึกในโฟลว์ของงาน

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ความสัมพันธ์กับคู่ค้า

คือหัวข้อที่สามารถตรวจสอบได้ว่าท่านใช้บริการ Microsoft 365 อยู่กับตัวแทนท่านใด

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

รายงาน

หัวข้อรายงานมีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

คะแนนการเริ่มนำไปใช้

คือหัวข้อที่แสดงคะแนนภาพรวมของการใช้งานทั้งองค์กร

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การใช้

คือหัวข้อที่แสดงการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ของ Microsoft 365

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ข้อความจากองค์กร

คือหัวข้อที่สามารถตั้งค่าให้ส่งหาผู้ใช้งานภายในองค์กรได้ ในกรณีที่พบคีย์เวิร์ดตามที่ตั้งไว้

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

สถานภาพ

หัวข้อสถานภาพมีหัวข้อย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

สถานภาพของบริการ

คือหัวข้อที่สามารถดูได้ว่า Microsoft พบปัญหาใดอยู่ และยังมีการแก้ไขหรือไม่

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

ศูนย์ข้อความ

คือหัวข้อแสดงการ Update ของแอพพลิเคชั่นของ Microsoft 365

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

คำติชมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

คือหัวข้อที่จะแสดงคำติชมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft 365

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การเชื่อมต่อเครือข่าย

คือหัวข้อที่แสดงการเชื่อมต่อเครือข่ายกับ Microsoft 365

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

การอัปเดตซอฟต์แวร์

คือหัวข้อที่แสดงการอัปเดตซอฟต์แวร์ภายในองค์กร ว่าเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันแล้วหรือไม่

ภาพประกอบบทความ Microsoft 365 Admin Center คืออะไร ?

บทความที่เกี่ยวข้อง